Canicule เป็นเรื่องกฎหมายแล้วค่ะ สิ่งที่ลูกจ้างในฝรั่งเศสต้องรู้ ☝️

ชาวเมาท์ฯ คะ… ฤดูร้อนในฝรั่งเศสมันไม่ใช่แค่เรื่องไอศกรีมกับวันพักร้อนแล้วนะคะ เพราะตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา รัฐบาลฝรั่งเศสออกกฎหมายใหม่บังคับให้นายจ้างทุกคน ทุกอาชีพ ทุกเซ็กเตอร์ ต้องจัดการความเสี่ยงเรื่องความร้อนอย่างจริงจังค่ะ 🥵

หลินยกเรื่องนี้มาเล่า เพราะคิดว่า หลายๆ คน อาจจะจังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ และมันก็สำคัญมากสำหรับคนไทยที่ทำงานอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะถ้าทำงานกลางแจ้ง หรืออยู่ในสถานที่ที่ร้อนมาก เพราะงั้นขอมาเล่าให้ฟังแบบละเอียดเลยค่ะ

ฝรั่งเศสเจอคลื่นความร้อน (canicule) รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ยิ่งหลังปี 2019 ที่อุณหภูมิพุ่งไปถึง 45 องศาในบางพื้นที่ รัฐบาลก็เริ่มตระหนักว่า แค่บอกให้ดื่มน้ำ มันไม่พอแล้ว

ที่ผ่านมามีกฎอยู่แล้วนะคะ แต่มันกว้างมาก นายจ้างหลายคนก็ทำน้อยมากหรือแทบไม่ทำอะไรเลย กฎใหม่ในมากตรา Décret n°2025-482 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 จึงเข้ามาเปลี่ยนสิ่งนี้ค่ะ โดยทำให้ความร้อนกลายเป็น “ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในที่ทำงาน” ที่ต้องประเมินและจัดการอย่างเป็นทางการ เหมือนกับความเสี่ยงอื่นๆ เช่น สารเคมี หรือเครื่องจักร

☝️พูดง่ายๆ คือ ถ้าก่อนหน้านี้นายจ้างยังพอบอกว่า “ก็แค่ร้อน ทนเอา” ได้ ตอนนี้บอกแบบนั้นไม่ได้แล้วค่ะ

ระบบสีของ Météo-France: สัญญาณเตือนที่นายจ้างต้องดู

กฎใหม่นี้ผูกกับระบบ vigilance ของ Météo-France โดยตรงค่ะ หลายคนอาจเคยเห็นแผนที่ที่เป็นสีเขียว เหลือง ส้ม แดง ในฤดูร้อน นั่นแหละค่ะ ตอนนี้มันมีความหมายทางกฎหมายแล้วค่ะ

🟢 เขียว — ปกติ ไม่มีการแจ้งเตือนพิเศษ

🟡 เหลือง — อากาศร้อนจัดระยะสั้น 1-2 วัน ที่อาจกระทบสุขภาพคนทำงานกลางแจ้งหรืองานหนัก นายจ้างต้องเริ่มมาตรการป้องกันค่ะ

🟠 ส้ม — นี่คือ “canicule” ค่ะ ร้อนนานและรุนแรง เสี่ยงกับทุกคนไม่ใช่แค่คนทำงานกลางแจ้ง นายจ้างต้องเข้มงวดขึ้นมากค่ะ

🔴 แดง — canicule ระดับสุดขีด ผลกระทบต่อสุขภาพสูงมาก เป็นระดับที่ต้องปรับรูปแบบการทำงานขั้นสูงสุดเลยค่ะ

สรุปง่ายๆ คือ ถ้า Météo-France ขึ้นสัญญาณเหลือง ส้ม หรือแดง นั่นคือสัญญาณให้นายจ้างต้องลงมือทำทันทีตามระดับค่ะ

🤓 กฎนี้ครอบคลุมใครบ้าง

เกือบทุกคนค่ะ ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ และภาคเกษตร ไม่ว่าจะทำงานใน office ในคลังสินค้า บนไซต์ก่อสร้าง ในสวนไร่นา หรือในร้านอาหาร ทุกคนอยู่ภายใต้กฎนี้ค่ะ

แต่กลุ่มที่ต้องระวังมากที่สุดคือ คนที่ทำงานกลางแจ้งและต้องออกแรงมากค่ะ เช่น คนงานก่อสร้าง คนสวน คนงานเกษตร คนขับรถส่งของ พนักงานทำความสะอาดถนน กลุ่มนี้เสี่ยงสูงเพราะร่างกายทำงานหนักและรับแสงแดดโดยตรงค่ะ

📌 นายจ้างต้องทำอะไรบ้าง

อย่างแรกเลย คือ ต้องบันทึกความเสี่ยงเรื่องความร้อนลงใน DUERP (Document Unique d’Évaluation des Risques Professionnels) ซึ่งเป็นเอกสารประเมินความเสี่ยงที่บริษัททุกแห่งต้องมีอยู่แล้วค่ะ ถ้ายังไม่มีเรื่องความร้อนอยู่ใน DUERP ก็ต้องเพิ่มเข้าไปทันทีค่ะ

ส่วนสิ่งที่ต้องจัดให้มีในทางปฏิบัติ ได้แก่:

น้ำดื่มเย็นและสะอาด — อย่างน้อย 3 ลิตรต่อคนต่อวันสำหรับงานกลางแจ้งค่ะ

ปรับเวลาทำงาน — เช่น ขยับมาเริ่มเช้าขึ้น หรือพักกลางวันยาวขึ้นเพื่อหนีช่วงที่ร้อนที่สุดค่ะ

ปรับสถานที่ทำงาน — ทั้งในร่มและกลางแจ้ง เช่น ติดม่าน ใช้เครื่องระบายอากาศ หรือจัดพื้นที่พักเย็นค่ะ

อุปกรณ์ป้องกัน (EPI) — เช่น หมวก เสื้อผ้าที่เหมาะสม ครีมกันแดดสำหรับคนทำงานกลางแจ้งค่ะ

ให้ความรู้พนักงาน — ต้องแจ้งให้พนักงานรู้ว่า ถ้าเริ่มมีอาการของ coup de chaleur (โรคลมแดด) ต้องทำอะไรบ้างค่ะ

สำหรับพนักงานที่เปราะบางเป็นพิเศษ เช่น สูงอายุ ตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัว กฎบังคับให้นายจ้างต้องปรับมาตรการให้เหมาะสมกับคนนั้นเป็นรายบุคคล โดยทำงานร่วมกับ médecin du travail (แพทย์อาชีวเวชศาสตร์) ด้วยค่ะ

🤔 ถ้านายจ้างไม่ทำล่ะ

กฎใหม่นี้มีเพิ่มเข้าไปในอำนาจของ Inspection du Travail (หน่วยงานตรวจแรงงาน) ที่มีสิทธิ์เข้ามาตรวจสอบและสั่งให้แก้ไขภายใน 8 วันค่ะ ถ้าละเมิดร้ายแรง มีบทลงโทษทางกฎหมายรออยู่ค่ะ

📌 แล้วเราในฐานะลูกจ้างต้องทำอะไร

🔺 รู้จักสัญญาณอันตราย อาการ coup de chaleur ได้แก่ ปวดหัวรุนแรง วิงเวียน ตัวร้อนมากแต่เหงื่อออกน้อย หรือสับสน ถ้ามีอาการแบบนี้ต้องหยุดงานและแจ้งทันทีค่ะ

🔺 ถามนายจ้างได้ว่าบริษัทมี plan รับมือความร้อนอย่างไร เป็นสิทธิ์ที่ถามได้ค่ะ

🔺 ถ้ารู้สึกว่าสภาพการทำงานไม่ปลอดภัยจริงๆ สามารถติดต่อ médecin du travail หรือ Inspection du Travail ได้เลยค่ะ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญขึ้นทุกปี

Canicule ที่เมื่อ 20 ปีก่อนถือว่าหายากมาก ตอนนี้กลายเป็นเรื่องที่เกิดทุกปีค่ะ กฎหมายแรงงานก็ต้องตามให้ทันค่ะ และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องความสบาย มันคือเรื่องของความปลอดภัยที่แท้จริงค่ะ

มีชาวเมาท์ฯ คนไหนเคยประสบเรื่องนี้จริงๆ บ้างคะ ไม่ว่าจะทำงานแล้วร้อนมากจนรู้สึกไม่ไหว หรือนายจ้างที่จัดการเรื่องนี้ได้ดีหรือแย่มาก มาเล่าให้หลินฟังได้เลยนะคะ 🌡️

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *